ในคาบเรียนนี้อาจารย์ได้สอนเกี่ยวการการทำงานในระบบ illustrator ว่าควรตั้งค่าน่ากระดาษอย่างไร ในการทำงานทุกๆครั้งจะต้องแบ่งเลเยอร์ออกมาเป็นระบบ
*การบ้าน
1 ทำ ส.1สืบค้น
2 ทำArt work
-โลโก้เก่า
-โลโก้ใหม่
-ทำถุงข้าวในเว็ป 2 กล่อง
-มู๊ดบอร์ด
วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557
สรุปผลการเรียนการสอนครั้ง 4 (วันที่ 10 กันยายน)
อาจารย์ได้สอนวิธีคิดว่าควรหาฟอนต์กอน(โลโก้ดราฟทีละตัวและให้ทำเป็นเลเยอร์) และใช้วิธีดราฟโดยแสกนถุงข้าวลงคอม
ในวันที่ 19 จะมการอบรมด้วย วิเคราะห์ลายกราฟิกบนถุงข้าว วาดแล้วทำควาเข้าใจ ในการสื่อ
อาจารย์ให้ไปแก้ไขความหมายของอัตลักษณ์ (แก้ไขในสิ่งที่ยังกำกวม)
อาจารย์ให้ไปดูเพิ่มเติม
-จดทะเบียนการค้าหรือยัง
-บอกสรรพคุณของข้าว(อล้วแต่ละบุคคล)
ในวันที่ 19 จะมการอบรมด้วย วิเคราะห์ลายกราฟิกบนถุงข้าว วาดแล้วทำควาเข้าใจ ในการสื่อ
อาจารย์ให้ไปแก้ไขความหมายของอัตลักษณ์ (แก้ไขในสิ่งที่ยังกำกวม)
อาจารย์ให้ไปดูเพิ่มเติม
-จดทะเบียนการค้าหรือยัง
-บอกสรรพคุณของข้าว(อล้วแต่ละบุคคล)
ส.1 สืบค้น
ส.1 สืบค้น
รายละเอียดของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตข้าวคุณภาพ 83/2 หมู่ 1 ต.สะพานหิน อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท
"ชุมชนบ้านสะพานหิน"ภูมิใจ ผลิตข้าวคุณภาพ-ไร้สารเคมี
คอลัมน์ รายงานพิเศษ
เกวลี เกิดน้อย
ยุคโลกาภิวัตน์มีผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างมาก โดยเฉพาะความเข้มแข็งในชุมชน ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านสะพานหิน หมู่ 1 ต.สะพานหิน อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท เริ่มต้นจากศูนย์พันธุ์ข้าวชุมชน บ้านสะพานหิน เมื่อปี พ.ศ.2552 จากเกษตรกรที่ใส่ใจในสุขภาพ ด้วยความตระหนักอันตรายของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อตัวเกษตรกรและสารพิษตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร ได้รวมกลุ่มจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตข้าวคุณภาพ เพื่อผลิตข้าวที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภค จนมีโรงสีชุมชนของตนเองขึ้น
ในที่สุดปี 2555 ทางกลุ่มได้เริ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อจำหน่ายเอง โดยมุ่งเน้นทำตลาดเจาะกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นหลัก
นายสวอง สระเสริม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวคุณภาพ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ปลูกข้าวนั้นจะซื้อข้าวสารกิน เพราะรู้ว่าไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น หรือหากข้าวที่ตนเองปลูกนั้นปลอดภัยก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปสีที่ไหน เพราะหากนำไปสีที่โรงสีขนาดใหญ่ในปริมาณไม่มากข้าวที่ได้มาก็ไม่ใช่ข้าวของตนเอง
แต่เมื่อได้รับการฝึกอบรม ได้เรียนรู้การผลิตข้าวที่ปลอดภัยแล้วชุมชนต้องแปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารไว้บริโภคเอง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวคุณภาพ ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก จ.ชัยนาท คือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรกรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน กิจกรรมเพิ่มศักยภาพพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารปลอดภัย โครงการนี้ทำให้ฝันของชุมชนเป็นจริง ฝันที่จะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการแปรรูป ฝันที่จะทำให้ ผู้บริโภคข้าวได้บริโภคข้าวที่ปลอดภัย ฝันที่จะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้กินข้าวที่ตนเองปลูก อีกทั้งได้รับการสนับสนุนโรงเรือนและเครื่องสีข้าว พร้อมบรรจุภัณฑ์ รวมงบประมาณกว่า 590,000 บาท ทำให้ฝันนั้นเป็นจริงขึ้นมาได้
ข้าวเปลือกหอมมะลิจำนวน 1 ตัน ราคา 16,000 บาท เมื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวสารจะได้ข้าวสารจำนวน 555 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 35 บาท เป็นเงิน 19,425 บาท เมื่อนำข้าวเปลือก 1 ตัน แปรรูปเป็นข้าวกล้องจะได้ข้าวกล้องจำนวน 700 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 40 บาท เป็นเงิน 28,000 บาท และเมื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวกล้องงอกจะได้ข้าวกล้องงอกจำนวน 700 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 80 บาท เป็นเงิน 56,000 บาท
ถือเป็นเส้นทางการเพิ่มมูลค่าผลผลิตที่น่าสนใจในชุมชน รวมทั้งสุขภาพของประชาชนจะดีขึ้น เมื่อผลิตข้าวที่ปลอดภัยและบริโภคข้าวที่ปลอดภัยจากสารพิษปนเปื้อนในข้าวสาร
นายสุพรรน์ จันศรี กำนันตำบลสะพานหิน กล่าวอย่างภูมิใจว่า วันนี้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวคุณภาพไม่ใช่ของคนในพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านสะพานหินเท่านั้น แต่เป็นของคนทั้งตำบล เพราะมีการประชา สัมพันธ์และคัดเลือกพื้นที่ดำเนินการโดยผ่านการประชุมของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลสะพานหิน
ดังนั้น จึงมีแนวทางที่จะเปิดรับสมัครสมาชิกเพิ่มเติมเพื่อระดมทุน แต่การดำเนินงานของศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสะพานหินนั้นไม่ต้องการเติบโตแบบก้าวกระโดด ขอเจริญเติบโตอย่างช้าและมั่นคง
ในการนี้นับว่ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวคุณภาพเริ่มจากความร่วมมือร่วมใจของคนกลุ่มเล็กๆ ร่วมมือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องแบบบูรณาการร่วมกันของส่วนราชการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท กรมการข้าว สำนักงานตรวจสอบบัญชีจังหวัดชัยนาท สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานกองทุนและวิจัย (สกว.) สถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบลสะพานหิน
นับเป็นการบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ ที่ช่วยประคับประคองศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสะพานหินให้เติบโตและเข้มแข็งขึ้น
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaVoyc3hNREUzTURRMU5RPT0%3D
รายละเอียดของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตข้าวคุณภาพ 83/2 หมู่ 1 ต.สะพานหิน อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท
"ชุมชนบ้านสะพานหิน"ภูมิใจ ผลิตข้าวคุณภาพ-ไร้สารเคมี
คอลัมน์ รายงานพิเศษ
เกวลี เกิดน้อย
ยุคโลกาภิวัตน์มีผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างมาก โดยเฉพาะความเข้มแข็งในชุมชน ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านสะพานหิน หมู่ 1 ต.สะพานหิน อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท เริ่มต้นจากศูนย์พันธุ์ข้าวชุมชน บ้านสะพานหิน เมื่อปี พ.ศ.2552 จากเกษตรกรที่ใส่ใจในสุขภาพ ด้วยความตระหนักอันตรายของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อตัวเกษตรกรและสารพิษตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร ได้รวมกลุ่มจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตข้าวคุณภาพ เพื่อผลิตข้าวที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภค จนมีโรงสีชุมชนของตนเองขึ้น
ในที่สุดปี 2555 ทางกลุ่มได้เริ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อจำหน่ายเอง โดยมุ่งเน้นทำตลาดเจาะกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นหลัก
นายสวอง สระเสริม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวคุณภาพ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ปลูกข้าวนั้นจะซื้อข้าวสารกิน เพราะรู้ว่าไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น หรือหากข้าวที่ตนเองปลูกนั้นปลอดภัยก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปสีที่ไหน เพราะหากนำไปสีที่โรงสีขนาดใหญ่ในปริมาณไม่มากข้าวที่ได้มาก็ไม่ใช่ข้าวของตนเอง
แต่เมื่อได้รับการฝึกอบรม ได้เรียนรู้การผลิตข้าวที่ปลอดภัยแล้วชุมชนต้องแปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารไว้บริโภคเอง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวคุณภาพ ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก จ.ชัยนาท คือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรกรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน กิจกรรมเพิ่มศักยภาพพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารปลอดภัย โครงการนี้ทำให้ฝันของชุมชนเป็นจริง ฝันที่จะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการแปรรูป ฝันที่จะทำให้ ผู้บริโภคข้าวได้บริโภคข้าวที่ปลอดภัย ฝันที่จะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้กินข้าวที่ตนเองปลูก อีกทั้งได้รับการสนับสนุนโรงเรือนและเครื่องสีข้าว พร้อมบรรจุภัณฑ์ รวมงบประมาณกว่า 590,000 บาท ทำให้ฝันนั้นเป็นจริงขึ้นมาได้
ข้าวเปลือกหอมมะลิจำนวน 1 ตัน ราคา 16,000 บาท เมื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวสารจะได้ข้าวสารจำนวน 555 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 35 บาท เป็นเงิน 19,425 บาท เมื่อนำข้าวเปลือก 1 ตัน แปรรูปเป็นข้าวกล้องจะได้ข้าวกล้องจำนวน 700 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 40 บาท เป็นเงิน 28,000 บาท และเมื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวกล้องงอกจะได้ข้าวกล้องงอกจำนวน 700 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 80 บาท เป็นเงิน 56,000 บาท
ถือเป็นเส้นทางการเพิ่มมูลค่าผลผลิตที่น่าสนใจในชุมชน รวมทั้งสุขภาพของประชาชนจะดีขึ้น เมื่อผลิตข้าวที่ปลอดภัยและบริโภคข้าวที่ปลอดภัยจากสารพิษปนเปื้อนในข้าวสาร
นายสุพรรน์ จันศรี กำนันตำบลสะพานหิน กล่าวอย่างภูมิใจว่า วันนี้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวคุณภาพไม่ใช่ของคนในพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านสะพานหินเท่านั้น แต่เป็นของคนทั้งตำบล เพราะมีการประชา สัมพันธ์และคัดเลือกพื้นที่ดำเนินการโดยผ่านการประชุมของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลสะพานหิน
ดังนั้น จึงมีแนวทางที่จะเปิดรับสมัครสมาชิกเพิ่มเติมเพื่อระดมทุน แต่การดำเนินงานของศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสะพานหินนั้นไม่ต้องการเติบโตแบบก้าวกระโดด ขอเจริญเติบโตอย่างช้าและมั่นคง
ในการนี้นับว่ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตข้าวคุณภาพเริ่มจากความร่วมมือร่วมใจของคนกลุ่มเล็กๆ ร่วมมือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องแบบบูรณาการร่วมกันของส่วนราชการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท กรมการข้าว สำนักงานตรวจสอบบัญชีจังหวัดชัยนาท สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานกองทุนและวิจัย (สกว.) สถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบลสะพานหิน
นับเป็นการบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ ที่ช่วยประคับประคองศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสะพานหินให้เติบโตและเข้มแข็งขึ้น
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaVoyc3hNREUzTURRMU5RPT0%3D
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 มี 4 ประเภทดังต่อไปนี้
1 เครื่องหมายการค้า (Trade Mark) คือเครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น เช่นบรีสมาม่ากระทิงแดงเป็นต้น
2 เครื่องหมายบริการ (Service Mark) คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมาย บริการของบุคคลอื่นเช่นเครื่องหมายของสายการบินธนาคารโรงแรมเป็นต้น
3 เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark) คือ เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับ สินค้าและบริการของบุคคลอื่นเพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสินค้าหรือบริการนั้นเช่นเชลล์ชวนชิมแม่ช้อยนางรำฮาลาล (ฮาลาล) เป็นต้น
4 เครื่องหมายร่วม (มาร์คกลุ่ม) คือ เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ใช้โดยบริษัทหรือวิสาหกิจในกลุ่ม เดียวกันหรือโดยสมาชิกของสมาคมกลุ่มบุคคลหรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชนเช่นตราช้างของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เป็นต้น
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ ตามพิธีสารกรุงมาดริด (Madrid Protocol)ปัจจุบันผู้ประกอบการค้า ได้ใช้เครื่องหมายการค้าเป็นเครื่องมือนำทางการค้า ทั้งภายในประเทศและการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยังต่างประเทศ เจ้าของเครื่องหมายการค้าจึงมีความจำเป็นต้องจดทะเบียนขอรับความคุ้มครองสิทธิในประเทศต่าง ๆ ก่อนส่งสินค้าไปจำหน่าย เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดเครื่องหมายการค้า และมิให้ผู้ใดนำเครื่องหมายการค้าของตนไปจดทะเบียนในต่างประเทศโดยมิได้เป็นเจ้าของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้มีนโยบายในการส่งเสริมการให้บริการขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศด้วยความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยการศึกษาแนวทางการเข้าเป็นภาคีพิธีสารกรุงมาดริด (Madrid Protocol)
หากประเทศไทย เข้าเป็นภาคีพิธีสารกรุงมาดริด ผู้ประกอบการหรือผู้ส่งออกของไทยก็จะได้รับประโยชน์ที่จะสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อขอรับความคุ้มครองในประเทศต่าง ๆ ได้ หลายประเทศในคราวเดียวกัน โดยยื่นคำขอจดทะเบียนเพียงคำขอเดียว ใช้เพียงภาษาเดียว(อังกฤษ ฝรั่งเศส หรือสเปน) และเสียค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว ซึ่งก็จะทำให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วในการยื่นคำขอจดทะเบียน และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีกด้วย
ขั้นตอนการจดทะเบียน
การยื่นคำขอ
ให้ยื่นต่อสำนักงานระหว่างประเทศ (International Bureau) ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO) โดยยื่นผ่านสำนักงานทะเบียนต้นกำเนิดของประเทศผู้ขอ ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบและรับรองว่าเครื่องหมายที่ยื่น สินค้าและ/หรือบริการที่ระบุ เหมือนกับคำขอรากฐาน (Basic Application) หรือทะเบียนรากฐาน (Basic Registration)
คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่จะนำไปยื่นขอจดทะเบียนระหว่างประเทศตามพิธีสารกรุงมาดริดได้นั้น ต้องเป็นคำขอที่มีการยื่นขอจดทะเบียน หรือได้รับการจดทะเบียนไว้แล้วในประเทศต้นกำเนิด
การจดทะเบียน การจดทะเบียนแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ
1. ขั้นตอนระหว่างประเทศ
เมื่อสำนักงานระหว่างประเทศได้รับคำขอจดทะเบียน จะดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้น (Formal Examination) ในเรื่องความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของพิธีสารกรุงมาดริดและกฎข้อบังคับพิธีสารกรุงมาดริด (Common Regulations) การระบุจำพวกและรายการสินค้าและ/หรือบริการ ว่าเป็นไปตาม Nice Classification หรือไม่ รวมทั้งการชำระค่าธรรมเนียม หากมีข้อบกพร่อง สำนักงานระหว่างประเทศจะแจ้งไปยังประเทศที่มีการยื่นคำขอและผู้ยื่นคำขอ ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแก้ไขภายใน 3 เดือน มิฉะนั้นจะถือว่าละทิ้งคำขอ
2. ขั้นตอนในประเทศ
เมื่อประเทศภาคีที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะได้รับความคุ้มครองได้รับคำขอแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบคำขอดังกล่าวตามขั้นตอนปกติที่ใช้สำหรับการตรวจสอบคำขอที่ยื่นในประเทศ โดยจะตรวจสอบเนื้อหาสาระ (Substantive Examination) โดยตรวจสอบตามกฎหมายภายในของตน เช่น ตรวจสอบความเหมือนคล้าย ลักษณะบ่งเฉพาะหรือลักษณะต้องห้าม เป็นต้น หากมีข้อบกพร่องต้องดำเนินการแก้ไขตามกฎหมายภายในของประเทศนั้น ๆ
หากมีเหตุที่ต้องปฏิเสธการรับจดทะเบียน จะต้องแจ้งให้สำนักงานระหว่างประเทศทราบภายในกำหนด 12 เดือน หรือ 18 เดือน หรือหลังจากนั้น (กรณีมีคำร้องคัดค้าน)มิฉะนั้นจะถือว่าเครื่องหมายดังกล่าวได้รับการจดทะเบียนในประเทศที่ขอจดทะเบียนนั้นแล้ว
วันจดทะเบียน มี 2 กรณี ดังนี้
1) คือวันยื่นคำขอจดทะเบียนต่อสำนักงานทะเบียนต้นกำเนิด หากคำขอดังกล่าวถึงสำนักงานระหว่างประเทศภายใน 2 เดือน
2) หากเกิน 2 เดือน ให้ถือวันที่สำนักงานระหว่างประเทศได้รับคำขอเป็นวันจดทะเบียน
อายุความคุ้มครอง
10 ปี นับตั้งแต่วันรับจดทะเบียน และต่ออายุได้อีกคราวละ 10 ปี การต่ออายุสามารถต่ออายุได้ก่อนวันสิ้นอายุ 6 เดือน หรือหลังสิ้นอายุแล้วภายใน 6 เดือนก็ได้ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละ 50 ของค่าธรรมเนียมเบื้องต้น (Basic fee) ทั้งนี้ สามารถต่ออายุเฉพาะบางประเทศ หรือทุกประเทศที่ได้รับความคุ้มครองก็ได้
ค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศมี 4 ประเภท คือ
1) Basic fee เป็นค่าธรรมเนียมเบื้องต้นสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศหนึ่งคำขอ
- เครื่องหมายขาว-ดำ 653 สวิสฟรังค์
- เครื่องหมายที่เป็นสี 903 สวิสฟรังค์
2) Supplementary fee เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับจำพวกสินค้าและ/หรือบริการ ที่ยื่นขอจดทะเบียนเกิน 3 จำพวก โดยเสียค่าธรรมเนียมตั้งแต่จำพวกที่ 4 ขึ้นไป จำพวกละ 73 สวิสฟรังค์
3) Complementary fee เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับประเทศที่ระบุเพื่อขอจดทะเบียน ประเทศละ 73 สวิสฟรังค์
4) Individual fee เป็นค่าธรรมเนียมเฉพาะประเทศ
คัดลอกเเหล่งที่มา : http://www.ipthailand.go.th
สรุป เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของประเทศไทย
การตรวจค้น
1. แนะนำให้ผู้ยื่นดำเนินการตรวจค้นเครื่องหมายที่จะขอจดว่าเหมือนหรือคล้ายเครื่องหมาย ของผู้อืนหรือไม่ 2. ผู้ค้นต้องเสียค่าธรรมเนียมในการตรวจค้น 100 บาท/1 ชั่วโมง
การยื่นขอจดทะเบียน
1. ผู้ยื่นต้องเตรียมเอกสารตามที่กฎหมายกำหนดและกรอกข้อความให้สมบูรณ์ ได้แก่ - คำขอจดทะเบียน (ก. 01) พร้อมสำเนา จำนวน 10 แผ่น - การ์ด (ก. 16) จำนวน 2 แผ่น - หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีการมอบอำนาจ) ติดอากร 30 บาท ต่อผู้รับมอบอำนาจ 1 คน - สำเนาบัตรประจำตัว (ถ้าผู้ขอเป็นบุคคลธรรมดา) - ต้นฉบับหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ที่นายทะเบียนออกให้ไม่เกิน6เดือน นับจนถึงวันยื่นคำขอ (ถ้าผู้ขอเป็นนิติบุคคล) - ถ้าผู้ขออยู่ต่างประเทศให้โนตารี พับลิครับรองเอกสารด้วย - รูปเครื่องหมายจำนวน 10 รูป 2. ยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม500 บาท ต่อสินค้า/บริการ 1 อย่าง
การตรวจสอบ
1. ในขั้นแรกเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเบื้องต้น (Preliminary check) คือตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเท่านั้น (Documentary check) 2. ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและนายทะเบียนจะตรวจสอบว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียน มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ กล่าวคือ - ต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะ - ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและ - ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของผู้อื่นในชั้นนี้จะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 3 เดือน ต่อ 1 คำขอ 3. ภายหลังตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบผลการตรวจสอบดังต่อไปนี้ ตามแต่กรณี - การรับจดทะเบียน - ปฏิเสธไม่รับจดทะเบียน - ให้แก้ไขคำขอ - แจ้งผู้ยื่นคำขอว่า เครื่องหมายที่ขอจดทะเบียน มีผู้อื่นยื่นขอจดทะเบียนไว้เช่นกัน ขอให้ผู้ยื่น ไปตกลงกันเองก่อน
การแจ้งให้แก้ไขคำขอ
ผู้ขอจดทะเบียนต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ผิด ระบุข้อความไม่ครบถ้วน ไม่ได้ลงลายมือชื่อ ฯลฯ โดยคิดค่าธรรมเนียมคำขอละ 200 บาท
การแจ้งให้ตกลงกันก่อน
1. ถ้าผู้ยื่นคำขอตกลงกันได้ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าใครได้สิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นไป เจ้าหน้าที่จะดำเนินการประกาศโฆษณาต่อไป 2. ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่สามารถตกลงกันได้คำขอจดทะเบียนที่ยื่นก่อนจะได้รับการจดทะเบียน ตามหลัก ใครยื่นก่อนมีสิทธิดีกว่า (first-to-file)
การแจ้งไม่ปฏิเสธคำขอ
1. เจ้าหน้าที่จะดำเนินการประกาศโฆษณาต่อไป 2. บางกรณีเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอสละสิทธิในคำขอบางส่วนเนื่องจากบางส่วนของ เครื่องหมายเป็นสิ่งที่ใช้กับสามัญในการค้าขายหรือไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ - ถ้าผู้ยื่นคำขอยอมสละสิทธิ ผู้ยื่นคำขอต้องแจ้งนายทะเบียนทราบ - ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วยกับนายทะเบียน ผู้ยื่นคำขออาจดำเนินการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าก็ได้ ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง โดยชำระค่าธรรมเนียมการอุทธรณ์คำขอฉบับละ 2,000 บาท
การแจ้งปฏิเสธ
1. ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่อุทธรณ์คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ นายทะเบียนก็จะจำหน่ายคำขอนั้น ออกจากสารบบ 2. ถ้าผู้ยื่นคำขอประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการยื่นคำอุทธรณ์ ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่รับหนังสือแจ้งคำสั่ง โดยชำระค่าธรรมเนียมคำขอฉบับละ 2,000 บาท 3. เมื่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยแล้ว จะแจ้งคำวินิจฉัยให้นายทะเบียน ทราบดังนี้ - ถ้าวินิจฉัยเห็นควรให้จดทะเบียน นายทะเบียนจะดำเนินการประกาศโฆษณาต่อไป - ถ้าวินิจฉัยไม่รับจดทะเบียน นายทะเบียนจะจำหน่ายคำขอจดทะเบียนออกนอกสารบบและคำวินิจฉัย ของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าถือเป็นที่สุด
การประกาศโฆษณา
1. ถ้านายทะเบียนเห็นสมควรรับจดทะเบียน นายทะเบียนมีคำสั่งประกาศโฆษณาคำขอ จดทะเบียนและมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนมาชำระค่าธรรมเนียมประกาศโฆษณาคำขอละ 200 บาท ภายใน30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง - ถ้าไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วันถือว่าละทิ้งคำขอ - เมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว นายทะเบียนจะประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนและจะรอ การประกาศเอาไว้ 90 วัน - ถ้าไม่มีการคัดค้านการจดทะเบียนเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายนั้น ต่อไป - ถ้ามีการคัดค้านการจดทะเบียน โดยเหตุหนึ่ง เหตุใดเช่น เครื่องหมายการค้าไม่มีลักษณะ ที่จดทะเบียนได้, เครื่องหมายการค้าไม่ได้เป็นของผู้จดทะเบียน หรือการจดทะเบียน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้คัดค้านต้องยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าหน้าที่พร้อมแสดงหลักฐาน และเหตุผล และชำระค่าธรรมเนียมค่าคำคัดค้าน 1,000 บาท 2. เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบว่ามีบุคคล คัดค้านการจดทะเบียนคำขอนั้น - ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะโต้แย้งการคัดค้านนายทะเบียนจะจำหน่ายคำขอออกจากสารบบ - ถ้าผู้ยื่นคำขอประสงค์จะโต้แย้งการคัดค้านให้ยื่นคำโต้แย้งต่อนายทะเบียนภายใน 90วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาการคัดค้าน 3. นายทะเบียนจะพิจารณาในประเด็นที่คัดค้านนั้น เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้ว จะแจ้งไปให้คู่กรณีทราบ 4. คู่กรณีที่เสียประโยชน์อาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนได้โดนยื่นคำอุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยของนายทะเบียน โดยชำระค่าธรรมเนียมคำขอฉบับละ2,000 บาท 5. เมื่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้วินิจฉัยแล้วนายทะเบียนจะแจ้งผลการวินิจฉัยของ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าให้แก่คู่กรณีทราบ 6. ถ้าคู่กรณีฝ่ายที่เสียประโยชน์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย ผู้นั้นอาจนำคดีขึ้นฟ้องศาลได้ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ทราบผลคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า
การจดทะเบียน
1. เครื่องหมายที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เมื่อผ่านการตรวจสอบจากนายทะเบียนและได้ประกาศโฆษณาแล้ว และผ่านกระบวนการคัดค้านและอุทธรณ์ จนถึงที่สุด เป็นเครื่องหมายที่สามารถจดทะเบียนได้ นายทะเบียนจะแจ้งไปยังผู้ยื่นคำขอทราบให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือเจ้ง 2. เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียม ผู้ยื่นคำขอจะได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน โดยชำระค่าธรรมเนียมสินค้าหรือบริการอย่างละ 300 บาท
คัดลอกเเหล่งที่มา:http://ipat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=244:25-06-
53&catid=44:trade1&Itemid=14
เอกสาร : หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า หรือ เครื่องหมายบริการ

คัดลอกเเหล่งที่มา:http://about.sogoodweb.com/ArticleInfo.aspx?ArticleTypeID=189&ArticleID=337
หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 มี 4 ประเภทดังต่อไปนี้
1 เครื่องหมายการค้า (Trade Mark) คือเครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น เช่นบรีสมาม่ากระทิงแดงเป็นต้น
2 เครื่องหมายบริการ (Service Mark) คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมาย บริการของบุคคลอื่นเช่นเครื่องหมายของสายการบินธนาคารโรงแรมเป็นต้น
3 เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark) คือ เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับ สินค้าและบริการของบุคคลอื่นเพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสินค้าหรือบริการนั้นเช่นเชลล์ชวนชิมแม่ช้อยนางรำฮาลาล (ฮาลาล) เป็นต้น
4 เครื่องหมายร่วม (มาร์คกลุ่ม) คือ เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ใช้โดยบริษัทหรือวิสาหกิจในกลุ่ม เดียวกันหรือโดยสมาชิกของสมาคมกลุ่มบุคคลหรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชนเช่นตราช้างของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เป็นต้น
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ ตามพิธีสารกรุงมาดริด (Madrid Protocol)ปัจจุบันผู้ประกอบการค้า ได้ใช้เครื่องหมายการค้าเป็นเครื่องมือนำทางการค้า ทั้งภายในประเทศและการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยังต่างประเทศ เจ้าของเครื่องหมายการค้าจึงมีความจำเป็นต้องจดทะเบียนขอรับความคุ้มครองสิทธิในประเทศต่าง ๆ ก่อนส่งสินค้าไปจำหน่าย เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดเครื่องหมายการค้า และมิให้ผู้ใดนำเครื่องหมายการค้าของตนไปจดทะเบียนในต่างประเทศโดยมิได้เป็นเจ้าของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้มีนโยบายในการส่งเสริมการให้บริการขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศด้วยความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยการศึกษาแนวทางการเข้าเป็นภาคีพิธีสารกรุงมาดริด (Madrid Protocol)
หากประเทศไทย เข้าเป็นภาคีพิธีสารกรุงมาดริด ผู้ประกอบการหรือผู้ส่งออกของไทยก็จะได้รับประโยชน์ที่จะสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อขอรับความคุ้มครองในประเทศต่าง ๆ ได้ หลายประเทศในคราวเดียวกัน โดยยื่นคำขอจดทะเบียนเพียงคำขอเดียว ใช้เพียงภาษาเดียว(อังกฤษ ฝรั่งเศส หรือสเปน) และเสียค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว ซึ่งก็จะทำให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วในการยื่นคำขอจดทะเบียน และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีกด้วย
ขั้นตอนการจดทะเบียน
การยื่นคำขอ
ให้ยื่นต่อสำนักงานระหว่างประเทศ (International Bureau) ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO) โดยยื่นผ่านสำนักงานทะเบียนต้นกำเนิดของประเทศผู้ขอ ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบและรับรองว่าเครื่องหมายที่ยื่น สินค้าและ/หรือบริการที่ระบุ เหมือนกับคำขอรากฐาน (Basic Application) หรือทะเบียนรากฐาน (Basic Registration)
คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่จะนำไปยื่นขอจดทะเบียนระหว่างประเทศตามพิธีสารกรุงมาดริดได้นั้น ต้องเป็นคำขอที่มีการยื่นขอจดทะเบียน หรือได้รับการจดทะเบียนไว้แล้วในประเทศต้นกำเนิด
การจดทะเบียน การจดทะเบียนแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ
1. ขั้นตอนระหว่างประเทศ
เมื่อสำนักงานระหว่างประเทศได้รับคำขอจดทะเบียน จะดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้น (Formal Examination) ในเรื่องความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของพิธีสารกรุงมาดริดและกฎข้อบังคับพิธีสารกรุงมาดริด (Common Regulations) การระบุจำพวกและรายการสินค้าและ/หรือบริการ ว่าเป็นไปตาม Nice Classification หรือไม่ รวมทั้งการชำระค่าธรรมเนียม หากมีข้อบกพร่อง สำนักงานระหว่างประเทศจะแจ้งไปยังประเทศที่มีการยื่นคำขอและผู้ยื่นคำขอ ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำขอจะต้องแก้ไขภายใน 3 เดือน มิฉะนั้นจะถือว่าละทิ้งคำขอ
2. ขั้นตอนในประเทศ
เมื่อประเทศภาคีที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะได้รับความคุ้มครองได้รับคำขอแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบคำขอดังกล่าวตามขั้นตอนปกติที่ใช้สำหรับการตรวจสอบคำขอที่ยื่นในประเทศ โดยจะตรวจสอบเนื้อหาสาระ (Substantive Examination) โดยตรวจสอบตามกฎหมายภายในของตน เช่น ตรวจสอบความเหมือนคล้าย ลักษณะบ่งเฉพาะหรือลักษณะต้องห้าม เป็นต้น หากมีข้อบกพร่องต้องดำเนินการแก้ไขตามกฎหมายภายในของประเทศนั้น ๆ
หากมีเหตุที่ต้องปฏิเสธการรับจดทะเบียน จะต้องแจ้งให้สำนักงานระหว่างประเทศทราบภายในกำหนด 12 เดือน หรือ 18 เดือน หรือหลังจากนั้น (กรณีมีคำร้องคัดค้าน)มิฉะนั้นจะถือว่าเครื่องหมายดังกล่าวได้รับการจดทะเบียนในประเทศที่ขอจดทะเบียนนั้นแล้ว
วันจดทะเบียน มี 2 กรณี ดังนี้
1) คือวันยื่นคำขอจดทะเบียนต่อสำนักงานทะเบียนต้นกำเนิด หากคำขอดังกล่าวถึงสำนักงานระหว่างประเทศภายใน 2 เดือน
2) หากเกิน 2 เดือน ให้ถือวันที่สำนักงานระหว่างประเทศได้รับคำขอเป็นวันจดทะเบียน
อายุความคุ้มครอง
10 ปี นับตั้งแต่วันรับจดทะเบียน และต่ออายุได้อีกคราวละ 10 ปี การต่ออายุสามารถต่ออายุได้ก่อนวันสิ้นอายุ 6 เดือน หรือหลังสิ้นอายุแล้วภายใน 6 เดือนก็ได้ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละ 50 ของค่าธรรมเนียมเบื้องต้น (Basic fee) ทั้งนี้ สามารถต่ออายุเฉพาะบางประเทศ หรือทุกประเทศที่ได้รับความคุ้มครองก็ได้
ค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศมี 4 ประเภท คือ
1) Basic fee เป็นค่าธรรมเนียมเบื้องต้นสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศหนึ่งคำขอ
- เครื่องหมายขาว-ดำ 653 สวิสฟรังค์
- เครื่องหมายที่เป็นสี 903 สวิสฟรังค์
2) Supplementary fee เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับจำพวกสินค้าและ/หรือบริการ ที่ยื่นขอจดทะเบียนเกิน 3 จำพวก โดยเสียค่าธรรมเนียมตั้งแต่จำพวกที่ 4 ขึ้นไป จำพวกละ 73 สวิสฟรังค์
3) Complementary fee เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับประเทศที่ระบุเพื่อขอจดทะเบียน ประเทศละ 73 สวิสฟรังค์
4) Individual fee เป็นค่าธรรมเนียมเฉพาะประเทศ
คัดลอกเเหล่งที่มา : http://www.ipthailand.go.th
สรุป เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของประเทศไทย
การตรวจค้น
1. แนะนำให้ผู้ยื่นดำเนินการตรวจค้นเครื่องหมายที่จะขอจดว่าเหมือนหรือคล้ายเครื่องหมาย ของผู้อืนหรือไม่ 2. ผู้ค้นต้องเสียค่าธรรมเนียมในการตรวจค้น 100 บาท/1 ชั่วโมง
การยื่นขอจดทะเบียน
1. ผู้ยื่นต้องเตรียมเอกสารตามที่กฎหมายกำหนดและกรอกข้อความให้สมบูรณ์ ได้แก่ - คำขอจดทะเบียน (ก. 01) พร้อมสำเนา จำนวน 10 แผ่น - การ์ด (ก. 16) จำนวน 2 แผ่น - หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีการมอบอำนาจ) ติดอากร 30 บาท ต่อผู้รับมอบอำนาจ 1 คน - สำเนาบัตรประจำตัว (ถ้าผู้ขอเป็นบุคคลธรรมดา) - ต้นฉบับหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ที่นายทะเบียนออกให้ไม่เกิน6เดือน นับจนถึงวันยื่นคำขอ (ถ้าผู้ขอเป็นนิติบุคคล) - ถ้าผู้ขออยู่ต่างประเทศให้โนตารี พับลิครับรองเอกสารด้วย - รูปเครื่องหมายจำนวน 10 รูป 2. ยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม500 บาท ต่อสินค้า/บริการ 1 อย่าง
การตรวจสอบ
1. ในขั้นแรกเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเบื้องต้น (Preliminary check) คือตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเท่านั้น (Documentary check) 2. ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและนายทะเบียนจะตรวจสอบว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียน มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ กล่าวคือ - ต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะ - ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและ - ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของผู้อื่นในชั้นนี้จะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 3 เดือน ต่อ 1 คำขอ 3. ภายหลังตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผู้ยื่นคำขอทราบผลการตรวจสอบดังต่อไปนี้ ตามแต่กรณี - การรับจดทะเบียน - ปฏิเสธไม่รับจดทะเบียน - ให้แก้ไขคำขอ - แจ้งผู้ยื่นคำขอว่า เครื่องหมายที่ขอจดทะเบียน มีผู้อื่นยื่นขอจดทะเบียนไว้เช่นกัน ขอให้ผู้ยื่น ไปตกลงกันเองก่อน
การแจ้งให้แก้ไขคำขอ
ผู้ขอจดทะเบียนต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ผิด ระบุข้อความไม่ครบถ้วน ไม่ได้ลงลายมือชื่อ ฯลฯ โดยคิดค่าธรรมเนียมคำขอละ 200 บาท
การแจ้งให้ตกลงกันก่อน
1. ถ้าผู้ยื่นคำขอตกลงกันได้ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าใครได้สิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นไป เจ้าหน้าที่จะดำเนินการประกาศโฆษณาต่อไป 2. ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่สามารถตกลงกันได้คำขอจดทะเบียนที่ยื่นก่อนจะได้รับการจดทะเบียน ตามหลัก ใครยื่นก่อนมีสิทธิดีกว่า (first-to-file)
การแจ้งไม่ปฏิเสธคำขอ
1. เจ้าหน้าที่จะดำเนินการประกาศโฆษณาต่อไป 2. บางกรณีเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอสละสิทธิในคำขอบางส่วนเนื่องจากบางส่วนของ เครื่องหมายเป็นสิ่งที่ใช้กับสามัญในการค้าขายหรือไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ - ถ้าผู้ยื่นคำขอยอมสละสิทธิ ผู้ยื่นคำขอต้องแจ้งนายทะเบียนทราบ - ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วยกับนายทะเบียน ผู้ยื่นคำขออาจดำเนินการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าก็ได้ ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง โดยชำระค่าธรรมเนียมการอุทธรณ์คำขอฉบับละ 2,000 บาท
การแจ้งปฏิเสธ
1. ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่อุทธรณ์คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ นายทะเบียนก็จะจำหน่ายคำขอนั้น ออกจากสารบบ 2. ถ้าผู้ยื่นคำขอประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการยื่นคำอุทธรณ์ ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่รับหนังสือแจ้งคำสั่ง โดยชำระค่าธรรมเนียมคำขอฉบับละ 2,000 บาท 3. เมื่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยแล้ว จะแจ้งคำวินิจฉัยให้นายทะเบียน ทราบดังนี้ - ถ้าวินิจฉัยเห็นควรให้จดทะเบียน นายทะเบียนจะดำเนินการประกาศโฆษณาต่อไป - ถ้าวินิจฉัยไม่รับจดทะเบียน นายทะเบียนจะจำหน่ายคำขอจดทะเบียนออกนอกสารบบและคำวินิจฉัย ของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าถือเป็นที่สุด
การประกาศโฆษณา
1. ถ้านายทะเบียนเห็นสมควรรับจดทะเบียน นายทะเบียนมีคำสั่งประกาศโฆษณาคำขอ จดทะเบียนและมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนมาชำระค่าธรรมเนียมประกาศโฆษณาคำขอละ 200 บาท ภายใน30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง - ถ้าไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วันถือว่าละทิ้งคำขอ - เมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว นายทะเบียนจะประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนและจะรอ การประกาศเอาไว้ 90 วัน - ถ้าไม่มีการคัดค้านการจดทะเบียนเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายนั้น ต่อไป - ถ้ามีการคัดค้านการจดทะเบียน โดยเหตุหนึ่ง เหตุใดเช่น เครื่องหมายการค้าไม่มีลักษณะ ที่จดทะเบียนได้, เครื่องหมายการค้าไม่ได้เป็นของผู้จดทะเบียน หรือการจดทะเบียน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้คัดค้านต้องยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าหน้าที่พร้อมแสดงหลักฐาน และเหตุผล และชำระค่าธรรมเนียมค่าคำคัดค้าน 1,000 บาท 2. เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบว่ามีบุคคล คัดค้านการจดทะเบียนคำขอนั้น - ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะโต้แย้งการคัดค้านนายทะเบียนจะจำหน่ายคำขอออกจากสารบบ - ถ้าผู้ยื่นคำขอประสงค์จะโต้แย้งการคัดค้านให้ยื่นคำโต้แย้งต่อนายทะเบียนภายใน 90วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาการคัดค้าน 3. นายทะเบียนจะพิจารณาในประเด็นที่คัดค้านนั้น เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้ว จะแจ้งไปให้คู่กรณีทราบ 4. คู่กรณีที่เสียประโยชน์อาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนได้โดนยื่นคำอุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยของนายทะเบียน โดยชำระค่าธรรมเนียมคำขอฉบับละ2,000 บาท 5. เมื่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้วินิจฉัยแล้วนายทะเบียนจะแจ้งผลการวินิจฉัยของ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าให้แก่คู่กรณีทราบ 6. ถ้าคู่กรณีฝ่ายที่เสียประโยชน์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย ผู้นั้นอาจนำคดีขึ้นฟ้องศาลได้ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ทราบผลคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า
การจดทะเบียน
1. เครื่องหมายที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เมื่อผ่านการตรวจสอบจากนายทะเบียนและได้ประกาศโฆษณาแล้ว และผ่านกระบวนการคัดค้านและอุทธรณ์ จนถึงที่สุด เป็นเครื่องหมายที่สามารถจดทะเบียนได้ นายทะเบียนจะแจ้งไปยังผู้ยื่นคำขอทราบให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือเจ้ง 2. เมื่อผู้ยื่นคำขอชำระค่าธรรมเนียม ผู้ยื่นคำขอจะได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน โดยชำระค่าธรรมเนียมสินค้าหรือบริการอย่างละ 300 บาท
คัดลอกเเหล่งที่มา:http://ipat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=244:25-06-
53&catid=44:trade1&Itemid=14
เอกสาร : หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า หรือ เครื่องหมายบริการ
คัดลอกเเหล่งที่มา:http://about.sogoodweb.com/ArticleInfo.aspx?ArticleTypeID=189&ArticleID=337
วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557
สรุปผลการเรียนการสอนครั้งที่ 3 (วันที่3 กันยายน 2557)
เพื่อนในชั้นเรียนได้รายงานข่าว 3 คน
จากนั้นอาจารย์อธิบายแต่ละข่าวอย่างละเอียดว่ามีการทำงานอย่างไรว่าเป็นมาอย่างไรบ้าง
และอาจารย์ได้ชี้แจงเรื่องงานกลุ่ม
-การบ้าน
1.อาจารย์ให้เตรียมกระดาษโปสเตอร์สีขนาด 5x5 คละสี4สีและกระดาษอังกฤษขนาด 5x5 สีทองและเงินอย่างละ1แผ่น
2.อาจารย์ได้สั่งให้กลับมาแก้ไขและสืบค้นในเรื่องของงานกลุ่ม
จากนั้นอาจารย์อธิบายแต่ละข่าวอย่างละเอียดว่ามีการทำงานอย่างไรว่าเป็นมาอย่างไรบ้าง
และอาจารย์ได้ชี้แจงเรื่องงานกลุ่ม
-การบ้าน
1.อาจารย์ให้เตรียมกระดาษโปสเตอร์สีขนาด 5x5 คละสี4สีและกระดาษอังกฤษขนาด 5x5 สีทองและเงินอย่างละ1แผ่น
2.อาจารย์ได้สั่งให้กลับมาแก้ไขและสืบค้นในเรื่องของงานกลุ่ม
วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557
แปลสรุปข่าว
Method Home has just announced the launch of an innovative air freshener, designed with revolutionary, non-toxic pressurized air technology. Unlike most traditional aerosol sprays that are powered by petroleum-derived propellants, Method's new spray is packed in an airtight chamber powered by compressed air. The packaging is bright and bold, and comes in 5 fresh nature-inspired scents!
เป็นการประกาศการเปิดตัวของนวัตกรรมการออกแบบสเปร์ปรับอากาศที่มีการปฏิวัติไม่เป็นมลพิษทางอากาศ แตกต่างมากจากสเปรย์แบบดั้งเดิมที่มีการใช้ปิโตเลียมเพื่อกำจัดแมลง วิธีการนี้ของสเปรย์ใหม่จะถูกบรรจุในห้องสุญญากาศขับเคลื่อนโดยการอัดอากาศ บรรจุภัณฑ์ที่สดใสและเป็นตัวหนาและมาใน 5 กลิ่นธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจกลิ่นธรรมชาติ
“Consumers know and love method for our unique, vivid fragrances. Our fans have been clamoring for us to begin making air refreshers again, so we are especially excited to be getting back into this category. Our goal is to elevate the category by giving consumers a beautiful, non-toxic product that they are actually proud to use and display in their homes.”"ผลิตภัณฑ์ของทำขึ้นมาผู้บริโภครู้ดีว่าผลิตภัณฑ์ของเรากลิ่นจะไม่ซ้ำกัน แฟน ๆ ของเรามีการเรียกร้องทีจะให้เราเริ่มต้นทำ สเปร์อากาศอีก ครั้งดังนั้นเรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะได้รับคำเรียกร้องนี้ เป้าหมายของเราคือเพื่อยกระดับประเภทโดยให้ผู้บริโภคที่เห็นความสวยงามของผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษที่พวกเขาทำจริงจากความภาคภูมิใจในการใช้และการแสดงในบ้านของพวกเขา ".
“Many traditional aerosol sprays are powered by petroleum-based propellant mixed in with the product. Our product has an internal piston which uses compressed air to dispense the product. So when you spray, you fill your room with a vibrant fragrance, not petroleum-derived propellants.”
"หลายคนอาจจะเห็นสเปรย์แบบดั้งเดิมจะขับเคลื่อนด้วยความเร็วจากปิโตรเลียมผสมกับผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์แต่ของเรามีลูกสูบภายในที่ใช้การอัดอากาศที่จะจัดจำหน่ายสินค้า ดังนั้นเมื่อคุณฉีดสเปรย์, ในห้องของคุณด้วยกลิ่นหอมสดชื่อโดยไม่มีการขับเคลื่อนปิโตรเลียมออกมา ".สรุปผลการเรียนการสอนครั้งที่ 2 (27 สิงหาคม 2557)
การเรียนการสอนในคาบนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม ให้ออกไปรายงานแปลสรุปข่าวจากงานที่สั่งจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากนั้นอาจารย์ได้แจกแจงเรื่องงานกลุ่มว่ากลุ่มไหนได้สินค้าของอำเภอใด ใน จ.ชัยนาท
การบ้าน 1.ออกแบบโลโก้ของแต่ละกลุ่ม
-ศึกษาค้นหว้าเกี่ยวกับหัวข้อที่ได้มา
การบ้าน 1.ออกแบบโลโก้ของแต่ละกลุ่ม
-ศึกษาค้นหว้าเกี่ยวกับหัวข้อที่ได้มา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)